ประกันสังคมปรับฐานค่าจ้างสูงสุด (ม.33) ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 - 31 ธันวาคม 2571
เผยแพร่เมื่อ: 24 Feb 2026 13:40
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 - 31 ธันวาคม 2571 ประกันสังคม (ม.33) ปรับฐานค่าจ้างสูงสุดเป็น 17,500 บาท (เดิม 15,000 บาท) ส่งผลให้ผู้ที่มีเงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป ต้องส่งเงินสมทบเพิ่มจาก 750 บาท เป็นสูงสุด 875 บาทต่อเดือน แต่จะได้รับสิทธิประโยชน์กรณีต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น เงินบำนาญชราภาพ และเงินทดแทนการขาดรายได้
รายละเอียดเงินสมทบประกันสังคม ปี 2569 (มาตรา 33)
อัตราเงินสมทบ: หัก 5% ของเงินเดือน (โดยคิดฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท)
ผู้ที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท: จ่ายเท่าเดิม (5% ของเงินเดือนจริง)
ผู้ที่มีเงินเดือน 15,001 - 17,499 บาท: จ่ายเพิ่มขึ้นตามจริง (5% ของเงินเดือนจริง)
ผู้ที่มีเงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป: จ่ายสูงสุด 875 บาทต่อเดือน (เดิม 750 บาท)
สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น (ระยะที่ 1: ปี 2569-2571)
เงินทดแทนการขาดรายได้ (เจ็บป่วย/ว่างงาน/ทุพพลภาพ): เพิ่มเป็นสูงสุด 8,750 บาท/เดือน (จากเดิม 7,500 บาท)
เงินสงเคราะห์คลอดบุตร: เพิ่มเป็น 26,250 บาท/ครั้ง (จากเดิม 22,500 บาท)
เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต: เพิ่มเป็น 105,000 บาท (จากเดิม 90,000 บาท)
เงินบำนาญชราภาพ: เพิ่มขึ้นตามฐานเงินเดือนที่สูงขึ้น เช่น ส่งเงินสมทบ 15 ปี ได้บำนาญ 3,500 บาท/เดือน (จากเดิม 3,000 บาท)
รายละเอียดเงินสมทบประกันสังคม ปี 2569 (มาตรา 33)
อัตราเงินสมทบ: หัก 5% ของเงินเดือน (โดยคิดฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท)
ผู้ที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท: จ่ายเท่าเดิม (5% ของเงินเดือนจริง)
ผู้ที่มีเงินเดือน 15,001 - 17,499 บาท: จ่ายเพิ่มขึ้นตามจริง (5% ของเงินเดือนจริง)
ผู้ที่มีเงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป: จ่ายสูงสุด 875 บาทต่อเดือน (เดิม 750 บาท)
สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น (ระยะที่ 1: ปี 2569-2571)
เงินทดแทนการขาดรายได้ (เจ็บป่วย/ว่างงาน/ทุพพลภาพ): เพิ่มเป็นสูงสุด 8,750 บาท/เดือน (จากเดิม 7,500 บาท)
เงินสงเคราะห์คลอดบุตร: เพิ่มเป็น 26,250 บาท/ครั้ง (จากเดิม 22,500 บาท)
เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต: เพิ่มเป็น 105,000 บาท (จากเดิม 90,000 บาท)
เงินบำนาญชราภาพ: เพิ่มขึ้นตามฐานเงินเดือนที่สูงขึ้น เช่น ส่งเงินสมทบ 15 ปี ได้บำนาญ 3,500 บาท/เดือน (จากเดิม 3,000 บาท)